อวยพรปีใหม่ 2558 ผ่านเน็ตพุ่ง 400% ส่งไลน์มากสุด

Posted by hera68 on 03/01/2015 in Uncategorized with Comments closed |

อวยพรปีใหม่ 2558 สุดคึกคักในโลกโซเชียล คนใช้อินเทอร์เน็ตอวยพรปีใหม่พุ่ง 400% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดใช้เน็ตมือถือโต 3 เท่า ช่วงคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยนิยมอวยพรผ่านไลน์มากที่สุด ขณะที่ส่งข้อความผ่าน SMS และ MMS ลดลง

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2558 นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ในการอวยพรปีใหม่เมื่อคืนที่ผ่านมา มีการใช้บริการส่งข้อความ SMS ลดลง แต่คนจะนิยมอวยพรและสื่อสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กต่าง ๆ มากกว่า โดยเฉพาะการใช้ไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ฯลฯ สูงขึ้นถึง 400% เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ถึง 1 ธันวาคม 2558 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 เพราะแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ มีลูกเล่นสนุก ๆ ให้เลือกใช้มากมาย เช่น การส่งสติ๊กเกอร์ หรือการ์ดอวยพร

สำหรับการส่ง SMS หรือ MMS นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการส่งในรูปแบบที่เป็นทางการจากคนรู้จัก ไม่ใช่แค่กลุ่มเพื่อนสนิท ทั้งนี้ คาดว่าเทศกาลปีใหม่นี้ จะมีปริมาณการส่ง SMS จำนวนกว่า 20 ล้านข้อความ และ MMS จำนวนมากกว่า 3 แสนข้อความ

เช่นเดียวกับ นายประเทศ ตันกุรานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีการใช้มือถืออวยพรวันปีใหม่คึกคักเป็นพิเศษ ซึ่งสถิติสูงสุดอยู่ในช่วงเวลา 23.45-00.15 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ถึง 1 มกราคม 2558 และมียอดการใช้งานสูงสุด ณ ช่วงเวลาหนึ่งถึงประมาณ 4 ล้านราย (Concurrent Users) ถือเป็นการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือเพิ่มสูงขึ้นกว่าการใช้งานช่วงปกติถึง 3 เท่า โดยใช้งานแอพพลิเคชั่นไลน์มากที่สุด

สำหรับการส่ข้อความ SMS และ MMS นั้น ทางดีแทคระบุว่า มีการส่ง SMS ประมาณ 16 ล้านข้อความ ส่วน MMS ประมาณ 2 แสนข้อความ โดยใช้งานหนาแน่นที่สุดในช่วงเวลาประมาณ 00.00-01.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2558

บิ๊กซีคาดจับจ่ายคึกคัก

Posted by hera68 on 24/12/2014 in Uncategorized with Comments closed |

นายกุฎาธาร นาควิโรจน์ ที่ปรึกษาบริหาร ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บรรยากาศจับจ่ายสินค้าในโครงการของกระทรวงพาณิชย์วันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก และลูกค้าเข้ามาจับจ่ายมาขึ้นกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยบิ๊กซีได้นำสินค้าเข้าร่วมทั้งสิ้น 1,000 รายการ เป็นจำนวน 20 ล้านชิ้น แบ่งเป็นกลุ่ม อาหารสด, อาหารแห้ง, ของใช้ในบ้าน, ของใช้ประจำวัน, อุปกรณ์ไฟฟ้า, ของตกแต่งบ้าน รวมไปถึงเสื้อผ้า

ทั้งนี้การลดราคาดังกล่าวเป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้ผลิตและบิ๊กซี เพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ยังขยายเวลาจำหน่ายเพิ่มเติมจากโครงการอีก 1 วัน พร้อมทั้งจัดกิจกรรมวันเดย์ วันไพรส์ นำสินค้าพิเศษมาร่วมลดราคาเพิ่มเติมอีกวันละ 4-5 รายการด้วย

“สำหรับสินค้าขายดีคาดว่าจะเป็นกลุ่มอาหาร ได้แก่ ข้าว, ไข่, น้ำมัน, น้ำตาล และน้ำดื่ม ซึ่งในวันแรกข้าวและไข่ก็ขายได้ดีมาก และเรามั่นใจว่าจะมีสินค้าจำหน่ายพอแก่ลูกค้าใน 625 สาขาทั่วประเทศ อย่างแน่นอน ส่วนโปรโมชั่นพิเศษที่เรามอบส่วนลดเพิ่มเติมเชื่อว่าจะยิ่งดึงดูดลุกค้าได้มากขึ้นเพราะลดมากจริงๆ เช่นทีวี 49 นิ้ว ลดราคาลงมาถึง 8,000 บาท แต่สินค้าก็มีจำนวนจำกัดเท่านั้น“

?บิ๊กซีคาดจับจ่ายคึกคัก?

เผยปี58ผลิตรถ2.2ล้านคัน

Posted by hera68 on 24/12/2014 in Uncategorized with Comments closed |

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธาน และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ปี 58 คาดว่า ไทยจะผลิตรถยนต์ได้รวม 2.2 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 1.2 ล้านคัน และขายในประเทศ 1 ล้านคัน เนื่องจากปัจจัยสนับสนุน ทั้งเศรษฐกิจโลก เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น จีน มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ปีนี้คาดว่า

มียอดการผลิตรถยนต์ 1.9 ล้านคัน ลดลงจากเป้าหมายต้นปีที่ตั้งหมายการผลิต 2.4 ล้านคัน โดยคาดว่า จะส่งออกได้ 1.13 ล้านคัน และขายในประเทศ 880,000 คัน เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ทำให้ปริมาณความต้องการลดลง รวมทั้งปัญหาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว , ปัญหาตะวันออกกลาง และโรคระบาดอีโบลา

“ ถ้า 3 ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ไม่ดีขึ้น จะส่งผลกระทบต่อยอดส่งออกรถยนต์ปีหน้า มีแนวโน้มทรงตัว และอาจมีโอกาสปรับลดลงได้ รวมถึงต้องติดตามปัจจัยปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งตลาดตะวันออกกลางเดิมมีสัดส่วน 27% ของการส่งออก แต่ตอนนี้ปรับลดลงเหลือ 25% ซึ่งเอกชนได้หาทางแนวทางแก้ไขไว้แล้ว โดยพยายามหาตลาดใหม่ๆ มาทดแทน เช่น ตลาดอเมริกาเหนือ

และตลาดในเอเชีย”

สำหรับภาพรวมการผลิตรถยนต์ 11 เดือน (ม.ค. – พ.ย.) มียอดผลิตรวม 1.72 ล้านคัน ลดลง 24.88% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากยอดขายในประเทศ ยังไม่ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัวขณะที่ยอดผลิตเดือนพ.ย. ผลิตได้ 158,038 คัน ลดลง 13.55 % โดยรถยนต์นั่ง ผลิตได้ 64,869 คัน ลดลง 14.27 % รถบรรทุก ผลิตได้ 90,221 คัน ลดลง 13.2 % รถกระบะขนาด 1 ตัว ผลิตได้ 90,221 คัน ลดลง 13.12 % และคาดว่า เดือนธ.ค.จะผลิตได้ 176,000คัน

ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศตั้งแต่ม.ค. – พ.ย. มีปริมาณ 792,328 คัน ลดลง 34.9 % เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ขณะที่ปริมาณการส่งออกรถยนต์ ส่งออกได้ 1.03 ล้านคัน ลดลง 0.2 % ขณะที่เดือนพ.ย. มีการส่งออกรถยนต์ 106,591 คัน เพิ่มขึ้น 11.03 % เนื่องจากการส่งออกรถยนต์อีโคคาร์ ไปภูมิภาคอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น

?เผยปี58ผลิตรถ2.2ล้านคัน?

 

1

ส.อ.ท.จี้รบ.เร่งปฏิรูปภาษี ลดค่าไฟ 5-6% คืนความสุขปชช.

Posted by hera68 on 05/12/2014 in Uncategorized |

ปธ.สภาอุตฯ ชมรัฐบาลตั้งใจทำงานดี จี้ปฏิรูปภาษี โครงสร้างพลังงาน ยกระดับสินค้าเกษตร คาดจีดีพี-ส่งออกปีหน้าโตกว่า 4% ชงเรคกูเลเตอร์ ลดค่าเอฟทีลงขั้นต่ำ 20 สต. หนุนกระตุ้นศก. รวมถึงภาคขนส่ง เร่งลดค่าโดยสารลง 15-20%…

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึง ผลการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาว่า มีความตั้งใจดี ทั้งในเรื่องของการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน, การร่วมมือกับภาคเอกชนสร้างความปรองดอง, การเรียกร้องให้เกิดความเชื่อมั่นต่อประชาคมโลก ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี แต่สิ่งที่ภาครัฐยังต้องมีการผลักดันอย่างเร่งด่วน คือ การปฏิรูปภาษี และการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน รวมถึงเรื่องของราคาสินค้าเกษตร เพื่อช่วยให้ภาคเกษตรสามารถยกระดับรายได้เพิ่มขึ้น

สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่จะมีการลงทุนในปี 58 มองว่าจะเป็นตัวช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไปได้ โดยยังคงคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีหน้าไว้ที่ 3.5-4% ขณะที่การส่งออกในปีหน้า ส.อ.ท.ประเมินว่าจะเติบโตได้ 3.5-4% เป็นผลมาจากการส่งออกรถยนต์, อาหาร, อิเล็กทรอนิกส์ และก่อสร้าง ที่ยังเป็นปัจจัยหลักที่จะผลักดันยอดการส่งออกเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ด้านอุตสาหกรรมการก่อสร้างในกลุ่มประเทศ CLMV คือ กัมพูชา, ลาว, พม่า, เวียดนาม ในปีหน้าจะมีการส่งออกที่เกี่ยวกับสินค้าในอุตสาหกรรมก่อสร้างค่อนข้างมาก โดยปัจจุบันไทยมีมูลค่าการส่งออกไปกลุ่ม CLMV ราว 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี

ทั้งนี้ จากการที่คณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (Ft) เห็นชอบให้มีการปรับลดค่า Ft รอบเดือนม.ค.-เม.ย.58 ลง 5-10 สตางค์/หน่วย ตามต้นทุนราคาเชื้อเพลิงที่ลดลง ซึ่งจะเสนอให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) พิจารณาในวันที่ 25 ธ.ค.นั้น มองว่าภาครัฐจะต้องลดค่า Ft ประมาณ 5-6% หรือคิดเป็นขั้นต่ำ 20 สตางค์/หน่วย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

“มองว่าเมื่อราคาน้ำมันลดลง 40-50% แล้ว รัฐบาลน่าจะคืนความสุขให้กับประชาชนได้ ทั้งค่าโลจิสติกส์ ค่าไฟฟ้า ที่ขณะนี้ที่อยู่กว่า 3 บาทต่อหน่วย น่าจะลดลง 5-6% ของค่าไฟ หรือขั้นต่ำคือ 20 สตางค์ ขณะเดียวกัน มองว่าผู้ประกอบการภาคขนส่ง ควรจะเร่งปรับลดค่าโดยสารลงอีก 15-20% หลังจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลก และราคาน้ำมันในประเทศมีการปรับลดลงไปมากแล้ว”

 

Copyright © 2014-2015 Iphone-computer.com All rights reserved.
This site is using the Multi Child-Theme, v2.1.3, on top of
the Parent-Theme Desk Mess Mirrored, v2.3, from BuyNowShop.com.